Export
- Export APA
- Export BibTeX
- Export Ris
Publication: Cannabinoids Bee Pollen: Presences Of Unique Bioactive
Compounds In Cannabis Sativa (Hemp) On The
Characteristics Of Apis Mellifera Raising Protocol In
Samoeng, Chiang Mai, Thailand
0
0
Issued Date
2020-06-01
Resource Type
Language
eng
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Maejo University
Suggested Citation
Charn Chooprasit, ชาญ ชูประสิทธิ์ (2020). Cannabinoids Bee Pollen: Presences Of Unique Bioactive
Compounds In Cannabis Sativa (Hemp) On The
Characteristics Of Apis Mellifera Raising Protocol In
Samoeng, Chiang Mai, Thailand, เกสรผึ้งแคนนาบินอยด์ส: สารออกฤทธิ์สำคัญเฉพาะ
จากพืชกัญชงสู่ผลิตภัณฑ์ผึ้ง ด้วยการออกแบบ
รูปแบบและการจัดการผึ้งพันธุ์เพื่อสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญ
ด้วยวิธีตามธรรมชาติ ในเขตพื้นที่อำเภอสะเมิง
จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย. Retrieved from: https://hdl.handle.net/20.500.14839/280
Research Projects
Organizational Units
Journal Issue
Title
Cannabinoids Bee Pollen: Presences Of Unique Bioactive
Compounds In Cannabis Sativa (Hemp) On The
Characteristics Of Apis Mellifera Raising Protocol In
Samoeng, Chiang Mai, Thailand
เกสรผึ้งแคนนาบินอยด์ส: สารออกฤทธิ์สำคัญเฉพาะ จากพืชกัญชงสู่ผลิตภัณฑ์ผึ้ง ด้วยการออกแบบ รูปแบบและการจัดการผึ้งพันธุ์เพื่อสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญ ด้วยวิธีตามธรรมชาติ ในเขตพื้นที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
เกสรผึ้งแคนนาบินอยด์ส: สารออกฤทธิ์สำคัญเฉพาะ จากพืชกัญชงสู่ผลิตภัณฑ์ผึ้ง ด้วยการออกแบบ รูปแบบและการจัดการผึ้งพันธุ์เพื่อสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญ ด้วยวิธีตามธรรมชาติ ในเขตพื้นที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
Author(s)
Creator(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
Honey bees (Apis mellifera) and Hemp plants (Cannabis sativa L.) have been playing as boosting roles in the world economy. Up to nowadays, hemp pollens collected by honey bees for their nutrients and cannabinoids uniquely discrete from cannabis plants have not been synergized in business management. A symbiosis approach was adopted in this novel experimental method. This research aimed to investigate the presences of Cannabinoids (CBD, THC and CBN) via a prototype of bee-raising protocol foraging on a hemp cultivar to collect hemp pollens. Theoretically, in-hived stored hemp pollen will contain active compounds as abundant as in hemp plants, through a biological Transformation process. In the field experiment, a seed production hemp plot in Samoeng district, Chiang Mai was fully covered by mosquito net to confine honey bees during male flowering. The extraction of CBD, THC and CBN of in-hived stored pollen samples and their contents were conducted by GC-MS technique at Central Laboratory (Chiang Mai Office). A repeated measure ANOVA model was conducted for statistical analysis. A feasibility study for an investment determination was analyzed using a financial projection model for 6 years period (Year 2020-2025). The experimental research results indicated the first ever finding of CBD, THC and CBN presented in in-hived stored pollen samples of all treatments; also found detected non-cannabinoids chemicals in in-hived stored pollen samples, which were identified by using a CAS registry identifier; chemicals of beeswax components were mainly identified, but very small contents. The statistical analysis among all treatments contained different means of detected Cannabinoids (CBD, THC and CBN) contents, where the significant level at 95%, which were statistically significant difference (P-value < 0.05). In terms of investment evaluation, using a feasibility study model (base case scenario) for cannabis-bee-raising farm operation, resulted with ‘promisingly and rationally viable’, which projected IRR at 64.05% (2020), CAGR at 13.9% (an amount of 21.091 million Baht in year 2025), Share Net worth of 51.60 times (Par at 100 Baht) in year 2025. These novel experimental results were remarkable in proving this hypothesis of presences demonstrate an opportunity in managing bees on hemp plantation, both in scientific and financial aspects.
ผึ้งพันธุ์และพืชกัญชงเป็นแมลงและพืชเศรษฐกิจที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจระดับโลก จนกระทั่งปัจจุบัน เกสรกัญชงที่ถูกเก็บเป็นอาหารอันทรงคุณค่าสูงของผึ้งเลี้ยงในสภาวะการขาดแคลนพืชอาหารประจำฤดูในท้องถิ่นและสารออกฤทธิ์สำคัญแคนนาบินอยด์สที่คัดหลั่งจากพืชกัญชง ยังไม่มีการนำมาจัดการร่วมกันในเชิงธุรกิจด้วยการศึกษาเชิงลึกอย่างเป็นระบบภายใต้หลักการทางวิทยาศาสตร์และทางการบริหารจัดการ การทดลองนี้เป็นการนำศาสตร์ทั้งสองมาออกแบบเป็นครั้งแรกเพื่อใช้หลักธรรมชาติมาประยุกต์ในการวิจัยทางการผลิตให้ได้ผลิตตามธรรมชาติสำหรับพัฒนาธุรกิจได้ต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้ เพื่อทดสอบการถ่ายโอนและมีอยู่ของสารออกฤทธิ์สำคัญ แคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) ที่มีเฉพาะในพืชกัญชง ด้วยการออกแบบรูปแบบและกระบวนการจัดการผึ้งพันธุ์เพื่อเก็บเกสรดอกกัญชงมาเก็บตุนไว้ในรังสำหรับการบริโภคของประชากรรัง โดยหลักทฤษฎีที่ระบุว่า เกสรดอกไม้ที่ผึ้งพันธุ์เก็บมาไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารจะมีการถ่ายทอดสารสำคัญเฉพาะของพืชนั้นๆ มาไว้ในผลิตภัณฑ์ ในกรณีนี้ถือว่าเป็นการถ่ายโอนสารสำคัญนั้นๆ โดยธรรมชาติ ในรูปแบบผลิตผลของผึ้งพันธุ์ในการเกษตรอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน การทดลองเพื่อเก็บข้อมูลในภาคสนามของการวิจัยนี้ ใช้แปลงปลูกกัญชงเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ นำไปแจกจ่ายขยายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดของกฎหมายไทย ในเขตอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยการสร้างโรงเรือนคลุมแปลงปลูกกัญชงด้วยตาข่ายกันแมลงและขนย้ายรังผึ้งพันธุ์เข้าเก็บเกสรดอกกัญชงในช่วงดอกเพศผู้บาน ตัวอย่างของเกสรดอกกัญชงที่ผึ้งเก็บไว้ที่รวงผึ้งภายในรังจะถูกแยกเก็บในแต่ละรังและนำส่งห้องปฏิบัติการกลาง สำนักงานเชียงใหม่ โดยใช้เทคนิค GC-MS ในการสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญ นำไปเปรียบเทียบความถูกต้องตรงกับสารมาตรฐาน และตรวจสอบปริมาณความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สำคัญแคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) สำหรับการวิเคราะห์ผลที่ได้ทางสถิติ ใช้การตรวจสอบความแปรปรวนสำหรับข้อมูลวัดซ้ำของแต่ละหน่วยทดลอง (Repeated Measures ANOVA) จากนั้นใช้โมเดลที่พัฒนาเพื่อการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ปี พ.ศ. 2563-2568 สำหรับการตัดสินใจในการลงทุนโดยใช้ข้อมูลสมมติฐานสำคัญอันเนื่องมาจากการวิจัยนี้ ผลการทดลอง แสดงให้เห็นว่า การใช้ผึ้งพันธุ์เก็บเกสรกัญชง ภายใต้การบริหารจัดการรูปแบบเฉพาะ พบสารออกฤทธิ์สำคัญ แคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) ในทุกหน่วยทดลองของเกสรผึ้งภายในรังเป็นครั้งแรก อีกทั้ง พบสารประกอบอื่นที่ไม่ใช่สารออกฤทธิ์สำคัญ ด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลจาก Chemical Abstract Service library (CAS) พบว่า เป็นสารประกอบของไขผึ้งเป็นหลักในทุกหน่วยทดลอง หากแต่ตรวจพบในปริมาณที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณและความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สำคัญที่ตรวจพบจากเกสรผึ้งดอกกัญชง ผลของการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า ในแต่ละหน่วยทดลอง มีค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สำคัญ แคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ 95 เปอร์เซ็นต์ (P-value < 0.05) ผลการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในโครงการ กรณี base case scenario พบว่า โครงการให้ผลตอบแทนการลงทุนที่มีความเป็นไปได้สูง คิดเป็นร้อยละ 64.05 มีความคุ้มทุนภายในสิ้นปีแรกของการลงทุน มีอัตราการเจริญเติบโตของรายได้สะสม ร้อยละ 13.9 (รายได้ของปีสุดท้าย คิดเป็น 21.091 ล้านบาท) มูลค่าหุ้น เพิ่มขึ้น คิดเป็น 51.60 เท่าของมูลค่าหุ้นจดทะเบียน (100 บาท ต่อหุ้น) โดยสรุป ชี้ชัดได้ว่า เป็นครั้งแรกในการทดลองการบริหารจัดการผึ้งพันธุ์ในแปลงปลูกกัญชง มีการถ่ายโอนสารออกฤทธิ์สำคัญ แคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) จากพืชกัญชงไปยังเกสรผึ้งภายในรัง จากผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์ทางการเงินนี้
ผึ้งพันธุ์และพืชกัญชงเป็นแมลงและพืชเศรษฐกิจที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจระดับโลก จนกระทั่งปัจจุบัน เกสรกัญชงที่ถูกเก็บเป็นอาหารอันทรงคุณค่าสูงของผึ้งเลี้ยงในสภาวะการขาดแคลนพืชอาหารประจำฤดูในท้องถิ่นและสารออกฤทธิ์สำคัญแคนนาบินอยด์สที่คัดหลั่งจากพืชกัญชง ยังไม่มีการนำมาจัดการร่วมกันในเชิงธุรกิจด้วยการศึกษาเชิงลึกอย่างเป็นระบบภายใต้หลักการทางวิทยาศาสตร์และทางการบริหารจัดการ การทดลองนี้เป็นการนำศาสตร์ทั้งสองมาออกแบบเป็นครั้งแรกเพื่อใช้หลักธรรมชาติมาประยุกต์ในการวิจัยทางการผลิตให้ได้ผลิตตามธรรมชาติสำหรับพัฒนาธุรกิจได้ต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้ เพื่อทดสอบการถ่ายโอนและมีอยู่ของสารออกฤทธิ์สำคัญ แคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) ที่มีเฉพาะในพืชกัญชง ด้วยการออกแบบรูปแบบและกระบวนการจัดการผึ้งพันธุ์เพื่อเก็บเกสรดอกกัญชงมาเก็บตุนไว้ในรังสำหรับการบริโภคของประชากรรัง โดยหลักทฤษฎีที่ระบุว่า เกสรดอกไม้ที่ผึ้งพันธุ์เก็บมาไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารจะมีการถ่ายทอดสารสำคัญเฉพาะของพืชนั้นๆ มาไว้ในผลิตภัณฑ์ ในกรณีนี้ถือว่าเป็นการถ่ายโอนสารสำคัญนั้นๆ โดยธรรมชาติ ในรูปแบบผลิตผลของผึ้งพันธุ์ในการเกษตรอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน การทดลองเพื่อเก็บข้อมูลในภาคสนามของการวิจัยนี้ ใช้แปลงปลูกกัญชงเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ นำไปแจกจ่ายขยายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตตามข้อกำหนดของกฎหมายไทย ในเขตอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยการสร้างโรงเรือนคลุมแปลงปลูกกัญชงด้วยตาข่ายกันแมลงและขนย้ายรังผึ้งพันธุ์เข้าเก็บเกสรดอกกัญชงในช่วงดอกเพศผู้บาน ตัวอย่างของเกสรดอกกัญชงที่ผึ้งเก็บไว้ที่รวงผึ้งภายในรังจะถูกแยกเก็บในแต่ละรังและนำส่งห้องปฏิบัติการกลาง สำนักงานเชียงใหม่ โดยใช้เทคนิค GC-MS ในการสกัดสารออกฤทธิ์สำคัญ นำไปเปรียบเทียบความถูกต้องตรงกับสารมาตรฐาน และตรวจสอบปริมาณความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สำคัญแคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) สำหรับการวิเคราะห์ผลที่ได้ทางสถิติ ใช้การตรวจสอบความแปรปรวนสำหรับข้อมูลวัดซ้ำของแต่ละหน่วยทดลอง (Repeated Measures ANOVA) จากนั้นใช้โมเดลที่พัฒนาเพื่อการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ปี พ.ศ. 2563-2568 สำหรับการตัดสินใจในการลงทุนโดยใช้ข้อมูลสมมติฐานสำคัญอันเนื่องมาจากการวิจัยนี้ ผลการทดลอง แสดงให้เห็นว่า การใช้ผึ้งพันธุ์เก็บเกสรกัญชง ภายใต้การบริหารจัดการรูปแบบเฉพาะ พบสารออกฤทธิ์สำคัญ แคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) ในทุกหน่วยทดลองของเกสรผึ้งภายในรังเป็นครั้งแรก อีกทั้ง พบสารประกอบอื่นที่ไม่ใช่สารออกฤทธิ์สำคัญ ด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลจาก Chemical Abstract Service library (CAS) พบว่า เป็นสารประกอบของไขผึ้งเป็นหลักในทุกหน่วยทดลอง หากแต่ตรวจพบในปริมาณที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณและความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สำคัญที่ตรวจพบจากเกสรผึ้งดอกกัญชง ผลของการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า ในแต่ละหน่วยทดลอง มีค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สำคัญ แคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ 95 เปอร์เซ็นต์ (P-value < 0.05) ผลการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในโครงการ กรณี base case scenario พบว่า โครงการให้ผลตอบแทนการลงทุนที่มีความเป็นไปได้สูง คิดเป็นร้อยละ 64.05 มีความคุ้มทุนภายในสิ้นปีแรกของการลงทุน มีอัตราการเจริญเติบโตของรายได้สะสม ร้อยละ 13.9 (รายได้ของปีสุดท้าย คิดเป็น 21.091 ล้านบาท) มูลค่าหุ้น เพิ่มขึ้น คิดเป็น 51.60 เท่าของมูลค่าหุ้นจดทะเบียน (100 บาท ต่อหุ้น) โดยสรุป ชี้ชัดได้ว่า เป็นครั้งแรกในการทดลองการบริหารจัดการผึ้งพันธุ์ในแปลงปลูกกัญชง มีการถ่ายโอนสารออกฤทธิ์สำคัญ แคนนาบินอยด์ส (CBD, THC และ CBN) จากพืชกัญชงไปยังเกสรผึ้งภายในรัง จากผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์ทางการเงินนี้
Description
Doctor of Philosophy (Doctor of Philosophy (Agricultural Interdisciplinary))
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สหวิทยาการเกษตร))
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (สหวิทยาการเกษตร))
Degree Name
Doctor of Philosophy
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
Degree Discipline
Agricultural Interdisciplinary
สหวิทยาการเกษตร
สหวิทยาการเกษตร
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
