Export
- Export APA
- Export BibTeX
- Export Ris
Publication: ส่วนประสมค้าปลีกที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าร้านค้าปลีก
แบบดั้งเดิม (โชห่วย) กรณีศึกษา ร้านค้าชุมชน ตำบลป่าไผ่ เชียงใหม่
0
3
Issued Date
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Maejo University
Suggested Citation
PURIT KONGBOONSUK, ภูริต กองบุญสุข (2561). ส่วนประสมค้าปลีกที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าร้านค้าปลีก
แบบดั้งเดิม (โชห่วย) กรณีศึกษา ร้านค้าชุมชน ตำบลป่าไผ่ เชียงใหม่ , Retailing Mix Having Influence On The Decision-Making To Purchase Products Of The Traditional Retailing Shop: A Case Study Of Pa Pai Community Shop, Pa Pai Sub-District, San Sai District, Chiang Mai Province. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14839/849
Research Projects
Organizational Units
Journal Issue
Title
ส่วนประสมค้าปลีกที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าร้านค้าปลีก
แบบดั้งเดิม (โชห่วย) กรณีศึกษา ร้านค้าชุมชน ตำบลป่าไผ่ เชียงใหม่
Retailing Mix Having Influence On The Decision-Making To Purchase Products Of The Traditional Retailing Shop: A Case Study Of Pa Pai Community Shop, Pa Pai Sub-District, San Sai District, Chiang Mai Province
Retailing Mix Having Influence On The Decision-Making To Purchase Products Of The Traditional Retailing Shop: A Case Study Of Pa Pai Community Shop, Pa Pai Sub-District, San Sai District, Chiang Mai Province
Author(s)
Creator(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
The objectives of this study were to explore consumer opinions about retailing mix and decision-making process to purchase products of Pa Pai community shop. The sample group consisted of 400 customers who were 20 years old and above of Pa Pai community shop. A set of questionnaires was used for data collection and analyzed by using T-test, One Way ANOVA, and Regression Analysis. Findings showed that most of the respondents were male, 30-39 years old, married, secondary school graduates, and private company employees. They had 10,001-15,000 baht of a monthly income and 4 family members. As a whole, the respondents put the importance on retailing mix at a high level in terms of place, service, price, and physical evidence, respectively. For the decision-making process, they put the importance on the following at a high level: problems and needs, behaviors after the purchase, alternative assessment, data seeking, and decision-making to purchase, respectively. Results of the study could be a guideline for developing shop strategies to create effective competitive advantage.
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อส่วนประสมการค้าปลีก และศึกษาถึงกระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคร้านค้าชุมชนตำบลป่าไผ่ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านค้าชุมชน ตำบลป่าไผ่ ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป จำนวน 400 ราย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ โดยใช้สถิติ T-test, One Way ANOVA และ Regession Analysis สามารถสรุปผลการศึกษาได้ดังต่อไปนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 30-39 ปี มีสถานภาพสมรส อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้ต่อเดือน 10,001-15,000 บาท มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษา สมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่มี 4 คน ปัจจัยส่วนประสมค้าปลีกในภาพรวม ให้ความสำคัญอยู่ในระดับมาก โดยให้ความสำคัญด้านทำเลที่ตั้งมาเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็นด้านการให้บริการลูกค้า ด้านความหลากหลายของสินค้า ด้านการตั้งราคา และด้านออกแบบและการจัดวางสินค้า ตามลำดับ การตัดสินใจซื้อสินค้าในภาพรวม ให้ความสำคัญอยู่ในระดับมาก โดยให้ความสำคัญด้านการตระหนักถึงปัญหาหรือความต้องการ มาเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็นด้านพฤติกรรมหลังการซื้อ ด้านการประเมินทางเลือก ด้านการเสาะแสวงหาข้อมูลและการตัดสินใจซื้อตามลำดับ ทั้งนี้ผลลัพธ์จากการศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการวางแผนพัฒนากลยุทธ์ร้านค้าให้สามารถสร้างความได้เปรียบให้เหนือคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อส่วนประสมการค้าปลีก และศึกษาถึงกระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคร้านค้าชุมชนตำบลป่าไผ่ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านค้าชุมชน ตำบลป่าไผ่ ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปี ขึ้นไป จำนวน 400 ราย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ โดยใช้สถิติ T-test, One Way ANOVA และ Regession Analysis สามารถสรุปผลการศึกษาได้ดังต่อไปนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 30-39 ปี มีสถานภาพสมรส อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน รายได้ต่อเดือน 10,001-15,000 บาท มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษา สมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่มี 4 คน ปัจจัยส่วนประสมค้าปลีกในภาพรวม ให้ความสำคัญอยู่ในระดับมาก โดยให้ความสำคัญด้านทำเลที่ตั้งมาเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็นด้านการให้บริการลูกค้า ด้านความหลากหลายของสินค้า ด้านการตั้งราคา และด้านออกแบบและการจัดวางสินค้า ตามลำดับ การตัดสินใจซื้อสินค้าในภาพรวม ให้ความสำคัญอยู่ในระดับมาก โดยให้ความสำคัญด้านการตระหนักถึงปัญหาหรือความต้องการ มาเป็นอันดับแรก รองลงมาเป็นด้านพฤติกรรมหลังการซื้อ ด้านการประเมินทางเลือก ด้านการเสาะแสวงหาข้อมูลและการตัดสินใจซื้อตามลำดับ ทั้งนี้ผลลัพธ์จากการศึกษาสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการวางแผนพัฒนากลยุทธ์ร้านค้าให้สามารถสร้างความได้เปรียบให้เหนือคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Description
Master of Business Administration (Master of Business Administration (Business Administration))
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บริหารธุรกิจ))
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (บริหารธุรกิจ))
Degree Name
Master of Business Administration
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
Degree Discipline
Business Administration
บริหารธุรกิจ
บริหารธุรกิจ
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
