Export
- Export APA
- Export BibTeX
- Export Ris
Publication: ผลของการเสริมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่าในอาหารต่อการเจริญเติบโตของปูนาสายพันธุ์กำแพงเพชร (Sayamia Bangkokensis) เพื่อเป็นอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
0
0
Issued Date
Resource Type
Language
tha
File Type
application/pdf
Access Rights
Open Access
Rights
Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
Rights Holder(s)
Maejo University
Suggested Citation
Thanabodee Pintasiri, ธนบดี ปิ่นทศิริ (2563). ผลของการเสริมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่าในอาหารต่อการเจริญเติบโตของปูนาสายพันธุ์กำแพงเพชร (Sayamia Bangkokensis) เพื่อเป็นอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, Effects Of Athrospira Platensis Supplemented Diets On Growth Performance Of Rice-Field Carbs (Sayamia Bangkokensis) Food Safety And Environmental Aspects. สืบค้นจาก: https://hdl.handle.net/20.500.14839/437
Research Projects
Organizational Units
Journal Issue
Title
ผลของการเสริมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่าในอาหารต่อการเจริญเติบโตของปูนาสายพันธุ์กำแพงเพชร (Sayamia Bangkokensis) เพื่อเป็นอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
Effects Of Athrospira Platensis Supplemented Diets On Growth Performance Of Rice-Field Carbs (Sayamia Bangkokensis) Food Safety And Environmental Aspects
Effects Of Athrospira Platensis Supplemented Diets On Growth Performance Of Rice-Field Carbs (Sayamia Bangkokensis) Food Safety And Environmental Aspects
Author(s)
Creator(s)
Advisor(s)
Other Contributor(s)
Abstract
The research was divided into three trials. Trial 1 aimed to study the effects of Spirulina (Arthrospira) platensis supplemented diets on growth performance and cost of Rice-Field Crab (Sayamia bangkokensis) nursing. Four treatments with three replications were applied including T1, control (Powder feed; PF), T2, 3, and 4 powder feed mixed with dry Arthrospira 3%, 5% and 10% (3% PFA, 5% PFA, and 10% PFA), respectively. The Initial average weight was 0.0082±0.0002 g/crab. Nursing was conducted in round plastic basin, 25 crab/unit or 385 crab/m2 for 60 days. Growth performances in terms of weight, length and carapace width were collected every 10 days. Results showed that juvenile crab fed with 5% PFA had average weight gain (1.2900±0.2011 g/crab), average daily growth (0.021±0.0033 g/crab/day), specific growth rate (2.1500±0.3351%), feed conversion rate (0.9200±0.2007), protein efficiency rate (0.0342±0.0053), and survival rate (87.33±1.2018%) better than other experimental groups (P<0.05). Water qualities and cost of rearing (2.0320±0.4351-3.4998±0.2356 baht/crab) were not significantly different (P>0.05) in all treatments. Therefore, nursing rice-field crab with 5% of
A. platensis provided the highest growth performance and its development including acceptable production cost which will be a suitable feed for nursing rice-field in the future.
Trial 2 aimed to compare of aquatic feed types on the growth performance of rice-field crab. Four treatments with three replications were applied including T1, 38% protein frog feed; T2, 35% protein shrimp feed; T3, 32% protein catfish feed, and T4, 30% protein high grade feed, respectively. The Initial average weight was 12.76±0.20-13.99±0.36 g/crab. This trial was conducted in round plastic basin, 25 crab/m2unit for 60 days. Growth performance in terms of weight, length and carapace width were collected every 10 days. Results found that rice-field crabs were fed with T3, 32% protein catfish feed, had average weight gain (8.1533±2.328 g/crab) average daily growth (0.135±0.023 g/crab/day), specific growth rate (13.588±2.2328%), feed conversion rate (0.640±0.120), protein efficiency rate (0.254±0.436), and survival rate (87.33±1.201%) better than other experimental groups (P<0.05). cost of rearing (2.756±0.00 baht/crab) and water qualities were not significantly different (P>0.05) in all treatments. Therefore, the best result in the Trial 2 was further investigated in the Trial 3.
Trial 3 aimed to determine the effects Spirulina (Arthrospira) platensis supplemented diets on the growth of rice-field crabs. Four treatments with three replications were applied including T1 control (pellets feed; PF) T2, 3, and 4 pellet feed mixed with dry Arthrospira 3%, 5% and 10% (3% PFA, 5% PFA, and 10% PFA), respectively. The Initial average weight was 12.50±0.74-13.73±0.60 g/crab. This trial was conducted in round plastic basin, 25 crab/m2 for 60 days. Growth performance in terms of weight, length and carapace width were collected every 10 days. Results found that rice-field crabs were fed with 5% PFA had average weight gain (5.778±0.56 g/crab), average daily growth (0.031±0.0030 g/crab/day), specific growth rate (0.58±0.22%), feed conversion rate (1.18±0.04), protein efficiency rate (0.170±0.01), and survival rate (93.33±6.66%) better than other experimental groups (P<0.05). Cost of rearing (2.756±0.00 baht/crab) and water qualities were not significantly different (P>0.05) in all treatments. Therefore, nursing rice-field crab with 5% of A. platensis additive feed while culturing rice-field crab with 3% of A. platensis supplemented in catfish feed, 32% protein provided the highest growth performances and its development including acceptable production cost which will be a suitable feed for rice-field culture in the future.
การศึกษาครั้งนี้แบ่งเป็น 3 การทดลอง โดยการทดลองที่ 1 ศึกษาผลของสาหร่าย อาร์โธรสไปร่าเสริมในอาหารต่อการเจริญเติบโตและต้นทุนการอนุบาลลูกปูนา (Sayamia bangkokensis) โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (Complete Randomized Design; CRD) แบ่งเป็น 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คือ ชุดการทดลองที่ 1 อาหารชนิดผง (Powder feed; PF) ชุดควบคุม ชุดการทดลองที่ 2, 3 และ 4 อาหารชนิดผงผสมสาหร่าย อาร์โธรสไปร่าผง 3, 5 และ 10 เปอร์เซ็นต์ (Powder feed mixed dry Arthrospira; 3% PFA, 5% PFA และ 10% PFA) ตามลำดับ ลูกปูนามีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 0.0082±0.0002 กรัม/ตัว อนุบาลในกะละมังทรงกลม ความหนาแน่น 25 ตัว/กะละมัง หรือ 385 ตัว/ตรม. โดยอนุบาล เป็นระยะเวลา 60 วัน พบว่า ลูกปูนาที่อนุบาลด้วยอาหารผสมอาร์โธรสไปร่าผง 5 เปอร์เซ็นต์ (5% PFA) มีประสิทธิภาพการเจริญเติบโตน้ำหนักเฉลี่ย (1.298±0.201 กรัม/ตัว) น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย (1.2900±0.2011กรัม/ตัว) อัตราการแลกเนื้อ (0.9200±0.2007) และอัตราการรอด (87.33±1.2018 เปอร์เซ็นต์) ดีกว่าชุดการทดลองอื่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) คุณภาพน้ำและต้นทุนการผลิตลูกปูนาทั้ง 4 ชุดการทดลอง อยู่ระหว่าง 2.0320±0.4351-3.4998±0.2356 บาท/ตัว ซึ่งไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (P>0.05) ส่วนการทดลองที่ 2 การเปรียบเทียบชนิดอาหารสัตว์น้ำต่อการเจริญเติบโต ของปูนา แบ่งเป็น 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คือ ชุดการทดลองที่ 1 อาหารกบเล็ก โปรตีน 38 เปอร์เซ็นต์ (T1) ชุดการทดลองที่ 2 อาหารกุ้ง โปรตีน 35 เปอร์เซ็นต์ (T2 ) ชุดการทดลองที่ 3 อาหารปลาดุก โปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ (T3) ชุดการทดลองที่ 4 อาหารไฮเกรด ปลาทับทิมโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ (T4) ตามลำดับ ปูนามีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 12.76±0.20 - 13.99±0.36 กรัม/ตัว เลี้ยงในกระบะพลาสติกความหนาแน่น 25 ตัว/ตรม. โดยเลี้ยงเป็นระยะเวลา 60 วัน พบว่าปูนาที่เลี้ยงด้วยอาหารปลาดุก (T3) มีประสิทธิภาพการเจริญเติบโตน้ำหนักเฉลี่ย (21.643±1.387 กรัม/ตัว) น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย (8.153±1.396 กรัม/ตัว) อัตราการแลกเนื้อ (0.640±0.120) อัตราการรอด (87.33±1.201 เปอร์เซ็นต์) และต้นทุนการผลิตลูกปูนา (2.756±0.00 บาท/ตัว) ดีกว่าชุดการทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงนำชนิดอาหารสัตว์น้ำในชุดการทดลองที่ 2 มาศึกษาต่อในการทดลองที่ 3 การทดลองที่ 3 ศึกษาผลของการเสริมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่าในอาหารปลาดุก ต่อการเจริญเติบโตของปู แบ่งเป็น 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คือ ชุดการทดลองที่ 1 อาหารปลาดุกชนิดเม็ด (Pellets feed; PF) ชุดควบคุม ชุดการทดลองที่ 2, 3 และ 4 อาหารปลาดุกชนิดเม็ดผสมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่าผง 3, 5 และ 10 เปอร์เซ็นต์ (Pellets feed mixed Arthrospira; PFA 3%, PFA 5% และ PFA 10%) ตามลำดับ ปูนามีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 12.50±0.74-13.73±0.60 กรัม/ตัว เลี้ยงในกระบะพลาสติก ความหนาแน่น 25 ตัว/ตรม. โดยเลี้ยงเป็นระยะเวลา 60 วัน พบว่า การเสริมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่า 3 เปอร์เซ็นต์ (PFA 3%) มีน้ำหนักเฉลี่ย (16.90±0.82 กรัม/ตัว) น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย (5.78±0.56 กรัม/ตัว) อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน (0.031±0.0030 กรัม/ตัว/วัน) อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ (0.58±0.22 เปอร์เซ็นต์) อัตราการแลกเนื้อ (1.18±0.04) อัตราการรอด (93.33±6.66 เปอร์เซ็นต์) ดีกว่าชุดการทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ส่วนต้นทุนการผลิตปูนา (2.756±0.00 บาท/ตัว) และคุณภาพน้ำของการเลี้ยงปูนา ทั้ง 4 ชุดการทดลองไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (P>0.05) ดังนั้นสรุปได้ว่า การอนุบาลปูนา ด้วยอาหารผงผสมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่า 5 เปอร์เซ็นต์ และการเลี้ยงปูนาด้วยสาหร่าย อาร์โธรสไปร่า 3 เปอร์เซ็นต์ เสริมในอาหารปลาดุกโปรตีน 32% ช่วยให้มีการเจริญเติบโต อัตรารอดดีที่สุด รวมถึงต้นทุนเป็นที่ยอมรับได้ ซึ่งจะเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสมสำหรับ การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปูนาในอนาคตต่อไป
การศึกษาครั้งนี้แบ่งเป็น 3 การทดลอง โดยการทดลองที่ 1 ศึกษาผลของสาหร่าย อาร์โธรสไปร่าเสริมในอาหารต่อการเจริญเติบโตและต้นทุนการอนุบาลลูกปูนา (Sayamia bangkokensis) โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (Complete Randomized Design; CRD) แบ่งเป็น 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คือ ชุดการทดลองที่ 1 อาหารชนิดผง (Powder feed; PF) ชุดควบคุม ชุดการทดลองที่ 2, 3 และ 4 อาหารชนิดผงผสมสาหร่าย อาร์โธรสไปร่าผง 3, 5 และ 10 เปอร์เซ็นต์ (Powder feed mixed dry Arthrospira; 3% PFA, 5% PFA และ 10% PFA) ตามลำดับ ลูกปูนามีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 0.0082±0.0002 กรัม/ตัว อนุบาลในกะละมังทรงกลม ความหนาแน่น 25 ตัว/กะละมัง หรือ 385 ตัว/ตรม. โดยอนุบาล เป็นระยะเวลา 60 วัน พบว่า ลูกปูนาที่อนุบาลด้วยอาหารผสมอาร์โธรสไปร่าผง 5 เปอร์เซ็นต์ (5% PFA) มีประสิทธิภาพการเจริญเติบโตน้ำหนักเฉลี่ย (1.298±0.201 กรัม/ตัว) น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย (1.2900±0.2011กรัม/ตัว) อัตราการแลกเนื้อ (0.9200±0.2007) และอัตราการรอด (87.33±1.2018 เปอร์เซ็นต์) ดีกว่าชุดการทดลองอื่น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) คุณภาพน้ำและต้นทุนการผลิตลูกปูนาทั้ง 4 ชุดการทดลอง อยู่ระหว่าง 2.0320±0.4351-3.4998±0.2356 บาท/ตัว ซึ่งไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (P>0.05) ส่วนการทดลองที่ 2 การเปรียบเทียบชนิดอาหารสัตว์น้ำต่อการเจริญเติบโต ของปูนา แบ่งเป็น 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คือ ชุดการทดลองที่ 1 อาหารกบเล็ก โปรตีน 38 เปอร์เซ็นต์ (T1) ชุดการทดลองที่ 2 อาหารกุ้ง โปรตีน 35 เปอร์เซ็นต์ (T2 ) ชุดการทดลองที่ 3 อาหารปลาดุก โปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ (T3) ชุดการทดลองที่ 4 อาหารไฮเกรด ปลาทับทิมโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ (T4) ตามลำดับ ปูนามีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 12.76±0.20 - 13.99±0.36 กรัม/ตัว เลี้ยงในกระบะพลาสติกความหนาแน่น 25 ตัว/ตรม. โดยเลี้ยงเป็นระยะเวลา 60 วัน พบว่าปูนาที่เลี้ยงด้วยอาหารปลาดุก (T3) มีประสิทธิภาพการเจริญเติบโตน้ำหนักเฉลี่ย (21.643±1.387 กรัม/ตัว) น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย (8.153±1.396 กรัม/ตัว) อัตราการแลกเนื้อ (0.640±0.120) อัตราการรอด (87.33±1.201 เปอร์เซ็นต์) และต้นทุนการผลิตลูกปูนา (2.756±0.00 บาท/ตัว) ดีกว่าชุดการทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงนำชนิดอาหารสัตว์น้ำในชุดการทดลองที่ 2 มาศึกษาต่อในการทดลองที่ 3 การทดลองที่ 3 ศึกษาผลของการเสริมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่าในอาหารปลาดุก ต่อการเจริญเติบโตของปู แบ่งเป็น 4 ชุดการทดลอง ๆ ละ 3 ซ้ำ คือ ชุดการทดลองที่ 1 อาหารปลาดุกชนิดเม็ด (Pellets feed; PF) ชุดควบคุม ชุดการทดลองที่ 2, 3 และ 4 อาหารปลาดุกชนิดเม็ดผสมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่าผง 3, 5 และ 10 เปอร์เซ็นต์ (Pellets feed mixed Arthrospira; PFA 3%, PFA 5% และ PFA 10%) ตามลำดับ ปูนามีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 12.50±0.74-13.73±0.60 กรัม/ตัว เลี้ยงในกระบะพลาสติก ความหนาแน่น 25 ตัว/ตรม. โดยเลี้ยงเป็นระยะเวลา 60 วัน พบว่า การเสริมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่า 3 เปอร์เซ็นต์ (PFA 3%) มีน้ำหนักเฉลี่ย (16.90±0.82 กรัม/ตัว) น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย (5.78±0.56 กรัม/ตัว) อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน (0.031±0.0030 กรัม/ตัว/วัน) อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะ (0.58±0.22 เปอร์เซ็นต์) อัตราการแลกเนื้อ (1.18±0.04) อัตราการรอด (93.33±6.66 เปอร์เซ็นต์) ดีกว่าชุดการทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ส่วนต้นทุนการผลิตปูนา (2.756±0.00 บาท/ตัว) และคุณภาพน้ำของการเลี้ยงปูนา ทั้ง 4 ชุดการทดลองไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (P>0.05) ดังนั้นสรุปได้ว่า การอนุบาลปูนา ด้วยอาหารผงผสมสาหร่ายอาร์โธรสไปร่า 5 เปอร์เซ็นต์ และการเลี้ยงปูนาด้วยสาหร่าย อาร์โธรสไปร่า 3 เปอร์เซ็นต์ เสริมในอาหารปลาดุกโปรตีน 32% ช่วยให้มีการเจริญเติบโต อัตรารอดดีที่สุด รวมถึงต้นทุนเป็นที่ยอมรับได้ ซึ่งจะเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสมสำหรับ การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปูนาในอนาคตต่อไป
Description
Master of Science (Master of Science (Fisheries Technology and Aquatic Resources))
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ))
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (เทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ))
Degree Name
Master of Science
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Discipline
Fisheries Technology and Aquatic Resources
เทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ
เทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ
Degree Grantor(s)
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
